บ้านของกุ้งเครย์ฟิช
** ถิ่นกำเนิด
“กุ้งเครย์ฟิช” หรือที่รู้จักกันในนามของ “กุ้งล็อบสเตอร์น้ำจืด” มีถิ่นกำเนิดที่หลากหลายครับ ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเซียตะวันออก และออสเตรเลีย ในปัจจุบันมีการบรรยายอนุกรมวิธานของกุ้งเครย์ฟิชเป็นร้อย เป็นพันชนิด โดยมากกว่าร้อยละห้าสิบเป็นกุ้งเครย์ฟิชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ ครับ
สำหรับ ที่นิยมเลี้ยงกันในประเทศไทย ณ ปัจจุบันนี้ เราสามารถแบ่งกุ้งเครย์ฟิชออกตามถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติ ได้คร่าวๆ ดังนี้ครับ
1. กลุ่ม Procambarus (เรียก “สาย P”) มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา และยุโรป
2. กลุ่ม Cherax (เรียก “สาย C”) มีถิ่นกำเนิดในโซน ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และปาปัวนิวกินี ซึ่งถือเป็นแหน่งกำเนิดชีวิตสัตว์ที่มากมายหลากหลายอย่างมากเลยครับ
แต่การเลี้ยงดูกุ้งเครย์ฟิช ทั้งสองกลุ่มนี้ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน จึงจะขอกล่าวในภาพรวม ดังนี้
* ถิ่นที่อยู่อาศัยในธรรมชาติ
ในธรรมชาติกุ้งเครย์ฟิชจะอาศัยอยู่ตามโขดหิน ตอไม้ ขอนไม้ ต่างๆ ตามลำธาร หนองน้ำ หรือแม้กระทั่งทะเลสาป อันนี้ก็แล้วแต่นะครับ ว่าน้ำจะจืด จะกร่อย จะเค็ม แต่ที่เราเลี้ยงๆ กันและขายอยู่ทั่วไปนี้ อาศัยอยู่ในน้ำจืดครับ ถึงได้เรียกว่าเป็น “ล็อบส์เตอร์น้ำจืด” นั่นไงครับ โดยกุ้งเครย์ฟิชนั้นมักจะชอบขุดคุ้ยหาอะไรกินไปเรื่อยเปื่อย ขุดๆ มุดๆ ตามดินตามโพรง ตามประสากุ้งสวยงามจอมซนน่ะครับ

* ตู้เลี้ยง
ในกรณีที่ต้องการเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชรวมกันหลายๆ ตัว ควรจะเลี้ยงในตู้หรือภาชนะที่มีขนาดค่อนข้างกว้างสักหน่อยจะเป็นการดีครับ แต่ไม่จำเป็นต้องสูงนัก เพราะกุ้งเครย์ฟิชไม่สามารถว่ายน้ำขึ้มาได้ เขาเพียงแค่ต้องการพื้นที่เดิน เหมือนคนเรา ไม่ใช่เหมือนปลาครับ อย่างเช่น หากต้องการเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชประมาณ 2 ตัว ให้เป็นแฟนหรือเป็นเพื่อนกัน ในตู้ปลา ขนาดของตู้ปลาก็ควรจะมีขนาดตั้งแต่ 24 x 12 นิ้วขึ้นไป เนื่องจากกุ้งเครย์ฟิชนั้นมีนิสัยหวงถิ่นและค่อนข้างก้าวร้าวพอสมควร จึงต้องการตู้เลี้ยงที่ค่อนข้างกว้างขวางเพื่อสร้างอาณาเขตของตน บางคนบอกว่าลูกกุ้งตัวนิวเดียว ทำไมใช้ตู้ใหญ่จัง ที่ผมบอกไป ก็เผื่อจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนตู้แล้วไงครับ ก็เลี้ยงจนโตไปเลย ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนตู้ใหม่ จัดบ้านใหม่อีก กุ้งเครย์ฟิชโตไวครับ ถ้าเลี้ยงดี อาหารสมบูรณ์ สภาพแวดล้อมเหมาะสม ซื้อมา 1 นิ้ว เลี้ยงไปเลี้ยงมาอีก 3 เดือน ก็ 3 นิ้ว 4 นิ้วได้แล้วครับ (แล้วแต่การเลี้ยงของแต่ละคนนะครับ ไม่แน่นอนเสมอไป) แต่หากเลี้ยงเพียงประมาณ 1-3 ตัว ตู้ขนาด 24 นิ้วก็ยังถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าให้เป็นการดี ควรเลี้ยงทั้งหมดให้อยู่ด้วยกันตั้งแต่เล็กๆ โดยที่ทั้งหมดมีขนาดเท่าๆ กัน และมีพื้นที่หลบซ่อน หรือมุมของใครของมันจะได้ไม่มีสงครามกุ้งนะครับ
แต่ถ้าหากว่าเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชรวมกันหลายตัวจนเกินไป หรือไม่จัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม จะพบว่ากุ้งเครย์ฟิชขนาดเล็กๆ มักจะถูกรังแกและมีโอกาสที่จะถูกกุ้งเครย์ฟิชที่มีขนาดใหญ่กว่ากินเป็นอาหาร ได้ หรือถึงแม้ว่าจะมีขนาดที่ไม่ต่างกันก็เถอะครับ แต่เมื่อวาระการลอกคราบมาถึง นั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด สำหรับกุ้งตัวที่ลอกคราบ ด้วยเหตุผลนานาประการ เช่น อาจลอกคราบไม่ผ่าน หรือโดนทำร้ายหลังจากดีดออกจากคราบเก่าครับ
การเลี้ยงในตู้เลี้ยงขนาดใหญ่จะช่วยลดโอกาสที่กุ้งแต่ละตัวจะต่อสู้กันได้ นอกจากนี้ผู้เลี้ยงควรจะใส่ขอนไม้ ดินเผา กะลามะพร้าว หรือวัสดุอื่นๆ ที่มีลักษณะเป็นโพรง หรืออาจเป็นท่อพีวีซีตัดเป็นท่อน เพื่อให้กุ้งเครย์ฟิชได้หลบอาศัยหรือสร้างห้องของตัวเอง ซึ่งโดยปกติแล้วช่วงกลางวันกุ้งเครย์ฟิชจะหลบซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ และจะออกมาจากที่ซ่อนเพื่อหาอาหารในเวลากลางคืนเป็นส่วนใหญ่ ผู้เลี้ยงอาจจะใส่วัสดุหลบซ่อนตัวไว้คนละมุมตู้ โดยในธรรมชาติ อาณาเขตการหาอาหารของกุ้งเครย์ฟิชแต่ละตัว จะครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3 เท่าของความยาวช่วงตัว ก็คือประมาณ 12 – 15 นิ้ว สำหรับกุ้งตัวโตเต็มวัย แต่หากเลี้ยงรวมกันตั้งแต่เล็ก และให้กินอาหารร่วมกัน โดยที่อาหารมีพอให้กุ้งเครย์ฟิชอิ่ม ก็จะลดปัญหากุ้งทะเลาะกันได้ ทั้งนี้กุ้งต้องไม่เยอะจนเกินไป จะต้องมีจำนวนเหมาะสมกับพื้นที่ของตู้ดังที่กล่าวข้างต้น

- วัสดุปูรองพื้น
ผู้เลี้ยงสามารถเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชในตู้ที่ปล่อยพื้นตู้โล่งๆ ได้ ก็เป็นความสะดวกอย่างหนึ่ง แต่บางคนก็กลัวว่ากุ้งจะเดินไม่ถนัดนัก เนื่องจากพื้นตู้มีความลื่น หรือว่าต้องการความสวยงาม ก็อาจจะใช้กรวดปูพื้นตู้และตกแต่งด้วยต้นไม้น้ำทั้งจริงและปลอมมากมาย แต่กุ้งเครย์ฟิชมักมีนิสัยชอบขุดคุ้ยพื้นกรวดและหินต่างๆ เพื่อหาอาหาร หรือสร้างเป็นรังหลบซ่อนในเวลากลางวัน ในที่สุด ตู้ที่จัดเรียงไว้สวยงามก็จะกลายเป็นศิลปะจากกุ้งตัวน้อยในที่สุด
สำหรับผู้เลี้ยงที่รักจะใส่กรวดใส่หินเพื่อความสวยงาม ขอแนะนำว่าควรปูพื้นให้หนาประมาณ 5 เซนติเมตรขึ้นไป เพื่อให้มีความหนาพอสมควรที่กุ้งเครย์ฟิชจะได้ขุดกลบตัวได้ หรืออาจใช้หินขนาดใหญ่วางซ้อนๆ เป็นโพรงก็ดูสวยงามเช่นกัน แต่ควรจะจัดวางให้มีความมั่นคง ป้องกันการพังทลายที่เกิดจากการทรุดตัวของกรวด หรือเดินชนโดยเจ้ากุ้งน้อย บางคราวอาจใช้วิธีการใส่ท่อพีวีซีลงไปตามจำนวนกุ้งที่เลี้ยง เพื่อให้กุ้งได้หลบซ่อนบ้าง ก็ตามอัธยาศัย
- ระบบให้อากาศและระบบกรองน้ำ
ในความเป็นจริงผู้เลี้ยงไม่จำเป็นที่จะต้องติดตั้งปั้มออกซิเจนในตู้เลี้ยง ก็ได้ แต่ระบบให้อากาศที่ดีก็มักจะส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของกุ้งในระยะยาว เหมือนคนที่ได้สูดอากาศดีดีเต็มปอดทุกๆ วัน ดังนั้นหากสะดวกที่จะติดตั้งระบบอากาศหรือเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำได้ก็ เป็นการดี ส่วนระบบกรองน้ำผู้เลี้ยงอาจใช้ระบบกรองราคาไม่จำเป็นต้องแพงนักและติดตั้ง ง่าย สะดวก อาทิ เครื่องกรองด้านบน เครื่องกรองแบบแขวน หรืออาจใช้กรองแบบฟองน้ำที่เป็นท่อนสีเทา-สีดำก็เพียงพอ แต่ก็ระวังกุ้งจะหนีบฟองน้ำกระจายก่อนก็แล้วกันนะครับ ส่วนระบบกรองแบบกรองใต้ตู้นั้นไม่เหมาะสม เนื่องจากกุ้งเครย์ฟิชมักจะขุดกรวดหิน ทำให้ระบบกรองไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ กรองได้ซักพัก กุ้งน้อยของเราก็ขุดซะฟุ้งกระจาย แล้วอย่างนี้ จะกรองเพื่อ…?
- น้ำ
ผู้เลี้ยงควรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆ แต่ทีละน้อยๆ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงอุณภูมิฉับพลัน และป้องกันความต่างของค่า ph ในน้ำที่ต่างกันมากเกินไป เพราะว่ากุ้งเครย์ฟิชของเราจะปรับตัวไม่ทัน ส่วนน้ำที่ใช้ควรจะสะอาดและปราศจากคลอรีน เท่านี้.. ก็สบายเนื้อสบายตัว สบายเปลือกกันล่ะครับ
