ประวัติความเป็นมาของสุนัขพันธุ์ Saint Bernard
เซนต์ เบอร์นาร์ด สุนัขที่มีประวัติยาวนาน และเป็นที่ยอมรับในความสามารถ โดยเฉพาะเรื่องความมีน้ำใจ นิสัยใจคอไม่ดุ เป็นสุนัขใจดี รักเด็ก ชอบเล่นกับเด็ก รูปร่างที่ใหญ่โต

เซนต์ เบอร์นาร์ด เป็นสุนัขที่มีตำนานตั้งแต่สมัยโรมันโบราณแล้วว่าเป็นสุนัขที่ใช้ประโยชน์ ได้มากมาย เพราะเวลาทหารโรมันออกศึกได้นำสุนัขพันธุ์นี้ไปกับกองทัพด้วย เพื่อใช้มันเป็นสุนัขขนสัมภาระ เช่น การผูกถึงเหล้าองุ่นที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินกว่าสุนัขจะรับน้ำหนักได้ ไว้ที่คอของมัน ให้มันช่วยเป็นพาหนะนำไปให้ นอกจากนี้ยังใช้ให้มันเป็นสุนัขนำทางได้ด้วย

ต้นแบบของสุนัขพันธุ์เซนต์ เบอร์นาร์ด เกี่ยวพันและมีชื่อเหมือนกับหุบเขาและวัดแทบแยกไม่ออก หุบเขา Great Saint Bernard เป็นเส้นแบ่งระหว่าง Switzerland กับ Italy ซึ่งมีประวัติยาวนาน เมื่อ 57 ปีก่อน คริสตกาล ช่วงสงคราม Gallic จักรพรรดิ Caesar ของโรมัน พยายามจะเข้ายึดหุบเขาแอลป์ เพื่อให้การเดินทางทำสงครามที่ต้องผ่านเทือกเขานี้เป็นไปอย่างราบรื่น อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ประสบความสำเร้จจนกระทั่ง 7-6 ปี ก่อนคริสต์กาล กองกำลังดรมันภายใต้การนำของจักรพรรดิ Augustus ได้ยึดหุบเขาแอลป์อย่างเบ็ดเสร็จและได้สร้างอนุสาวรีย์ Tropaeum Alpinum ที่ La Turbie เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะของกองกำลังโรมันต่อชาวแอลป์

ถนนสมัยโรมันยุคโบราณ , อนุสาวรีย์นักบุญเซนต์ เบอร์นาร์ด ตั้งอยู่ที่ฝั่งโรมันแมนซิโอ และ วัดในฤดูหนาว
ก่อนที่ตำนานแห่งเส้นทางเส้นเล็กๆ เส้นนี้จะนำมาสู่ตำนานและเรื่องราวเล่าขานของ เซนต์ เบอร์นาร์ดที่ยิ่งใหญ่ ได้เปลี่ยนผู้ครอบครองมาหลายครั้ง เนื่องจากหลายฝ่ายมองเห็นว่านี่เป็นเส้นทางลัดที่สั้นที่สุดในการเดินทาง เทือกเขาแอลป์เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญบางช่วงเวลาถูกปล่อยให้รกร้าง เดินทางไปมาลำบาก โจรผู้ร้ายชุกชุมดักปล้นจี้ สร้างความเดือดร้อนแก่พ่อค้าและผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาจนไม่มีใครกล้าใช้เส้น ทางนี้

ผู้โชคร้ายถูกฆ่า แล้วถูกนำร่างไปเก็บไว้ในโกดังเก็บศพปี 1476
ครั้นหาเส้นทางสำรองในการเดินทางไม่ได้ จึงหวนกลับไปใช้ทางเส้นนี้อีก หลังจากถูกปล่อยให้รกร้าง นับเป็นศตวรรษ ดังนั้น เพื่อป้องกันสัตว์ร้ายที่หากินในระหว่างเส้นทางการขนส่งสินค้า จึงได้นำสุนัขเข้าใช้ในภารกิจนี้ ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นต้นแบบก่อนที่จะนำมาพัฒนาเป็นสุนัขพันธุ์ Saint Bernard
นักวิทยาศาสตร์ ชื่อ C.Keller ได้สืบประวัติสุนัขพันธุ์นี้จากพันธุ์ Molossian ของโรมัน ซึ่งเชื่อว่าสืบสายพันธุ์มาจาก ทิเบตัน มาสตีฟ มีบันทึกของมาโดโปโล นักท่องเที่ยวชื่อก้องโลก (ปี 1290) บรรยายความใหญ่โตว่าเท่ากับลา ความจริงไม่ได้ใหญ่โตขนาดนั้น

ภาพ วาดเซนต์ เบอร์นาร์ด ภาพสำเนาจิตรกรรมฝาผนังโบสถ์เซนต์ เบอร์นาร์ด ในศตวรรษที่ 18 เขียนจากต้นฉบับซึ่งพิมพ์ราวปี 1690 โดย Salvatore Rosa
ไม่ปรากฎชื่อศิลปินผู้วาด แต่มีชื่อที่เซ็นต์ไว้คือ P. Mart จึงน่าจะเป็น P.Martel
จากดินแดนสูงทิเบธ มีผู้พบสุนัขคล้ายกันนี้ที่เนปาลและอินเดีย พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนำสุนัขพันธุ์นี้สู่กรีซ ที่ซึ่งมีการอนุรักษ์สายพันธุ์ และเป็นต้นฉบับของ Molossians เรื่องราวความสง่างามและความเฉลียวฉลาดของสุนัขพันธุ์นี้ Tschudy (ประเทศแอสซีเรียตั้งอยู่ในตะวันตกของทวีปเอเซียโบราณ) ซึ่งอาศัยอยู่ตามเส้นทางพาณิชย์ ของฟินีเซีย และ Tschudy ตั้งข้อสังเกตว่า ชาวฟินิเซีย นำ Assyrian dogs สู่ยุโรป และเป็นบรรพบุรุษของสุนัขพันธุ์ ฟิรินีน เมาเท่นด็อก ของสเปน, ด็อก เดอร์ บอร์โดซ์ของฝรั่งเศส มาสตีฟของอังกฤษ และเซนต์เบอร์นาร์ดของสวิสเซอร์แลนด์
Mr.Strebel สืบค้นหาคำตอบเกี่ยวกับพันธุ์ Molossians อย่างละเอียดละออ หลังจากได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์หลายท่าน จึงได้ข้อสรุปดังต่อไปนี้ ขนาดที่ใหญ่โต และสีเข้มได้มาจากสายพันธุ์ แอสซีเรียน และบาบิโลเนียนมีสีค่อนข้างสว่างกว่า เคยใช้เป็นสุนัขเพื่อการอารักขา
ผู้สันทัดกรณีจากกรีซ และโรมันหลายท่าน ให้รายละเอียดทางกายภาพว่าตัวใหญ่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและมีหูตั้ง หัวเล็กเหมือนแผงคอม้า สีลักษณะพิเศษของหางและสีเข้ม ของสุนัขพันธุ์แอสซีเรียน ไม่เคยมีปรากฎในรูปภาพหรือคำอธิบายไม่ว่าจะเป็นของกรีซ หรือโรมัน ความเกี่ยวเนื่องโดยตรงระหว่างพันธุ์ ทิเบตัน มาสตีฟ และโมโลเซียน ไม่น่าเป็นไปได้เช่นนั้น

อย่างไรก็ตามนักเขียนเหล่านี้ (Keller, Kramer, Tschudy, Heim และอีกหลายท่าน) พยายามสืบค้นต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด และสุนัขที่ใช้ต้อนสัตว์ตามฟาร์มของสวิสฯ จากพันธุ์ทิเบตัน มาสตีฟ ต่อไปยังพันธุ์ โมโลเซียน ไม่มีความจริงทางวิทยาศาสตร์ยืนยันทฤษฎีนี้ ไม่มีเอกสารของนักเขียนใดๆ ไม่มีภาพยืนยันความเห็นนี้

เรื่องของสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ดได้ขาดหายไปเป็นเวลานาน เพราะไม่มีใครบันทึกเรื่องเกี่ยวกับมันไว้อีก จนกระทั่งมาเมื่อกลางศตวรรษที่ 17 นี่เอง จึงได้ปรากฎเรื่องของสุนัขพันธุ์นี้อีกครั้งเมื่อมีคนนำมาผสมพันธุ์ข้าม พันธุ์ระหว่างเยอรมันมาสตีฟฟ์ (เกรทเดน) กับสุนัขภูเขาพีเรเนียน (Perenean Mountain Dog) ออกมาเป็นสุนัขเซนต์เบอร์นาร์ด สุนัขพันธุ์ที่ได้ใหม่หรือ เซนต์เบอร์นาร์ดนี้มีส่วนที่คล้ายสุนัขพันธุ์ธิเบตัน มาสตีฟ (Tibetan Mastiff)

เซนต์ เบอร์นาร์ดเป็นสุนัข ขนาดใหญ่ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ได้รับการ ผสมพันธุ์และขยายพันธุ์ที่ประเทศนี้ครั้งแรกเหตุที่ได้ชื่อสุนัขพันธุ์ใหม่ นี้ว่า เซนต์เบอร์นาร์ด ก็เพราะตั้งชื่อตามขุนนางนักบุญผู้หนึ่ง คือ St. Bernardซึ่งเป็นผู้ริเริ่มผสมพันธุ์ขึ้นคนแรก

บันทึกสมัยศตวรรษที่ 15 บรรยายภารกิจและมีภาพเล็กๆ ของนักบุญเซนต์ เบอร์นาร์ด กับปีศาจถูกล่ามโซ่ ในสมัยโบราณ สุนัขพันธุ์นี้มีประโยชน์อย่างมากโดยการเป็นผู้ช่วยเหลือ นำทางคนบนพื้นที่ที่มีหิมะปกคลุมหนาแน่นโดยมันจะนำทางไปสู่จุดหมายที่คนต้อง การได้และให้มันช่วยขนของดังกล่าวมาแล้วในขณะเดียวกัน Saint Bernard ก็มีบทบาทในการเป็นสุนัขอารักขาเฝ้าฝูงปศุสัตว์ ตลอดจนเฝ้าบ้านให้แก่เจ้านายได้เหมือนสุนัขใหญ่พันธุ์อื่นๆ ทั่วไป

ภาพแสดงการเข้ามีส่วนร่วมในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัย แม้รายละเอียดของภาพจะไม่เหมือนสุนัขพันธุ์เซนต์ เบอร์นาร์ด แต่ก็เกิดจากความประทับในที่ผู้วาดมีต่อสุนัขพันธุ์นี้ สุนัขพันธุ์นี้สันนิษฐานว่าสืบเชื้อสายมาจากสุนัขขนาดใหญ่จากทวีปเอเชีย โดยชาวโรมันเป็นผู้นำไปแพร่พันธุ์ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์และเกิดการผสมกัน เองจนได้สุนัขพันธุ์ ST.BERNARD ขึ้นมา ชาวสวิสฯ มักนิยมเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ไว้คอยช่วยชีวิตผู้เคราะห์ร้ายระหว่างการเดิน ทางซึ่งส่วนมากนักเดินทางมักถูกหิมะถล่มและถูกฝังอยู่จุดใดใด เมื่อพบผู้เคราะห์ร้ายแล้วมันจะขุดและดึงผู้เคราะห์ร้ายขึ้นมา หลังจากนั้นมันจะนอนแนบผู้เคราะห์ร้ายเพื่อให้ความอบอุ่นและเลียจนผู้ เคราะห์ร้ายได้สติส่วน ST.BERNARD อีกตัวหนึ่งจะวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อตามคนมาช่วย
เซนต์ เบอร์นาร์ดที่ มีชื่อเสียงและเป็นตัวอย่างสุนัขที่คนกล่าวถึงมา นานคือ BARRY มันสามารถช่วยคนได้ถึง 40 คน BARRY เสียชีวิตในปี 1814 และประวัติของ BARRY ได้รับการจารึกไว้ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติกรุงเบอร์น ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์
ขอขอบคุณที่มา
สีสันสัตว์เลี้ยง สีสันแห่งชีวิต
Pet Highlights Magazine
ปีที่ 1 ฉบับที่ 4 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2543
และ Sainthouse ที่ geocities
