<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ห้องสมุดสัตว์ออนไลน์ &#187; นกสวยงาม</title>
	<atom:link href="http://www.tomyfarm.com/library/archives/category/fancybird/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tomyfarm.com/library</link>
	<description>แห่งแรกในประเทศไทย</description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Jun 2011 05:10:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>นกแก้ว นกสวยงามพูดได้ที่น่าเลี้ยง</title>
		<link>http://www.tomyfarm.com/library/archives/68</link>
		<comments>http://www.tomyfarm.com/library/archives/68#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 05:31:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เว็บไซต์สัตว์เลี้ยง</dc:creator>
				<category><![CDATA[นกแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[นกสวยงาม]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ปีก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tomyfarm.com/library/?p=68</guid>
		<description><![CDATA[นกที่คนไทยชอบเลี้ยงมาแต่โบราน มีนกแก้วรวมอยู่ด้วย เพราะนกแก้วสามารถเลียนเสียงมนุษย์ได้ กล่าวกันว่ามันมีความจำดี เรียนรู้ได้เร็ว ถ้าพูดอะไรให้ฟังบ่อยๆก็สามารถพูดได้ กล่าวกันว่าเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ยกทับไปบุกอินเดีย ได้ทอดพระเนตรเห็นนกแก้ว ก็ชอบพระทัยและได้ทรงนำกลับยุโรปด้วย ต่อมาในไม่ช้าก็เป็นที่นิยมมาก ด้วยเหตุนี้ในสมัยนั้นนกแก้วจึงมีราคาที่สูงมาก จึงได้มีการค้าขายนกแก้วทั้งในยุโรปและเอเชีย การที่คนเราชอบเลี้ยงนกแก้วนั้น เห็นจะเป็นเพราะเหตุผล 4 อย่างด้วยกัน คือ นกแก้วมีสีสวย รูปร่างงดงาม สามารถพูดเลียนภาษามนุษย์ได้ เลี้ยงง่าย อายุยืน (ในเรื่อง Popular Pet Birds ของ R.P.N. Sinha กล่าวว่า นกแก้วมีอายุยืนมาก อาจอยู่ได้ถึง 70 ปี) มี ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Psittacus torquata แยกออกเป็นชนิดต่าง ๆ ได้มากกว่า 500 ชนิด มีพื้นเพที่อยู่อาศัยตั้งเดิมอยู่ในป่าทึบ ในเขตร้อนของประเทศ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย หมู่เกาะมลายู แอฟริกา ทางใต้ของทิศ เหนือของอเมริกา อินเดีย นอกจากนี้แล้ว ยังพบทางแถบตะวันตกของอินเดียโดยทั่วไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1></h1>
<p>นกที่คนไทยชอบเลี้ยงมาแต่โบราน มีนกแก้วรวมอยู่ด้วย เพราะนกแก้วสามารถเลียนเสียงมนุษย์ได้ กล่าวกันว่ามันมีความจำดี เรียนรู้ได้เร็ว ถ้าพูดอะไรให้ฟังบ่อยๆก็สามารถพูดได้ กล่าวกันว่าเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ยกทับไปบุกอินเดีย ได้ทอดพระเนตรเห็นนกแก้ว ก็ชอบพระทัยและได้ทรงนำกลับยุโรปด้วย ต่อมาในไม่ช้าก็เป็นที่นิยมมาก ด้วยเหตุนี้ในสมัยนั้นนกแก้วจึงมีราคาที่สูงมาก จึงได้มีการค้าขายนกแก้วทั้งในยุโรปและเอเชีย</p>
<p>การที่คนเราชอบเลี้ยงนกแก้วนั้น เห็นจะเป็นเพราะเหตุผล 4 อย่างด้วยกัน คือ</p>
<ol>
<li>นกแก้วมีสีสวย รูปร่างงดงาม</li>
<li>สามารถพูดเลียนภาษามนุษย์ได้</li>
<li>เลี้ยงง่าย</li>
<li>อายุยืน (ในเรื่อง Popular Pet Birds ของ R.P.N. Sinha กล่าวว่า นกแก้วมีอายุยืนมาก อาจอยู่ได้ถึง 70 ปี)</li>
</ol>
<p align="center"><img src="http://pirun.ku.ac.th/%7Eb5011005/images/parrot02.jpg" alt="" width="150" height="116" /></p>
<p align="left">มี ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Psittacus torquata แยกออกเป็นชนิดต่าง ๆ ได้มากกว่า 500 ชนิด มีพื้นเพที่อยู่อาศัยตั้งเดิมอยู่ในป่าทึบ ในเขตร้อนของประเทศ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย หมู่เกาะมลายู แอฟริกา ทางใต้ของทิศ เหนือของอเมริกา อินเดีย นอกจากนี้แล้ว ยังพบทางแถบตะวันตกของอินเดียโดยทั่วไป นกในตระกูลนกแก้วนั้น มักมีความแตกต่างไปจากนกตระกูลอื่นอยู่อย่างหนึ่ง คือ จงอย ปากตอนบนของนกแก้วสามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่รวมกับหน้าผาก (ขากรรไกร) และมี ลักษณะเด่นได้แก่ ปากคมแข็ง จงอยปากงุ้มเข้าโคนใหญ่ปลายแหลมน่ากลัว เท้ามีนิ้วข้าง หลังสองนิ้วและข้างหน้าสองนิ้วทุกนิ้วมีเล็บที่แหลมคม สามารถใช้เท้าจับกิ่งไม้ได้เหนียว แน่น ปีนป่ายคันไม้ได้เก่งเป็นพิเศษ และในบางโอกาสยังสามารถจับฉีกอาหารได้ด้วย ปาก ส่วนใหญ่เป็นสีแดง ขนเป็นสีเขียว สามารถนำมาฝึกสอนให้พูดภาษาของมนุษย์ได้แทบทุกชนิด สำหรับรังและที่อยู่อาศัยของนกแก้วโดยทั่วไปมักอยู่ตามในโพรงไม้ หรือโพรงหิน ไม่นิยมใช้วัสดุต่าง ๆ ทำรัง นกจากนกแก้ว เควเคอร์(Quaker Parrakeet) และ นกแก้ว อัฟเบริด์ (Lovebirds) นกแก้วทั้ง 2 ชนิดนี้ นิยมทำรังโดยใช้แขนงหรือกิ่งไม้เล็ก ๆ เศษหญ้า เปลือกไม้โดยนำมาสานประกอบขึ้นเป็นรัง</p>
<p align="center"><img src="http://pirun.ku.ac.th/%7Eb5011005/images/parrot05.jpg" alt="" width="119" height="107" /></p>
<h2>ชนิดและพันธุ์นกแก้ว</h2>
<ul>
<li>ครอบครัวแพร์รัทส์ (Parrot)</li>
<li>พันธุ์คอคคาทู (Cockatoos)</li>
<li>พันธุ์มาคอว์ (Macaws)</li>
<li>พันธุ์เลิฟเบิรด์ (Lovebird)</li>
<li>พันธุ์พาร์ราคีท (Parrakeets)</li>
</ul>
<p align="center"><img src="http://pirun.ku.ac.th/%7Eb5011005/images/parrot04.jpg" alt="" width="116" height="76" /></p>
<h2>ที่อยู่อาศัยและวิธีเลี้ยง</h2>
<ol>
<li>เลี้ยง โดยให้เกาะอยู่บนคอนขาตั้ง และคอนสำหรับนกแก้วนั้น จะทำให้นกรู้สึกอิสระและออกกำลังกายได้สะดวก คอนควร ทำด้วยวัสดุเนื้อแข็ง ถ้าคอนเป็นไม้ปลายทั้งสองควรหุ้มด้วยโลหะ มิฉะนั้นนกจะฉีกแทะเล่น ในกรณีที่นกยังไม่เชื่องพอ ควรใช้กำไลสวมข้อเท้าซึ่งติดกับโซ่สวมไว้ก่อน และควรขลิบปีก เสียข้างหนึ่งเพื่อป้องกันนกบินหนี บริเวณขนที่จะต้องตัดออกคือขนปีกชั้นที่ 1 ทั้ง 5 โดย ขลิบออกประมาณ 1 นิ้ว</li>
<li>เลี้ยง ด้วยกรงภายใน ในกรณีที่นกแก้วเป็นนกรูปร่างเล็ก ขนาดของกรงโดยทั่วไปแล้วไม่ควรมีขนาดกว้างสูง ต่ำ กว่า 2&#215;3 ฟุต ขนาดของกรงนั้นจะเหมาะสมกับนกหรือไม่สังเกตุได้จากเมื่อนกเกาะอยู่กลาง กรง หากนกมีโอกาสกางปีกออกได้สะดวก โดยไม่ติดกับกรงหรือคอน ก็จัดได้ว่ามีความพอดี</li>
<li>เลี้ยงด้วยกรงภายนอก การเลี้ยงนกแก้วด้วยกรงภายนอกนั้นเป็นการดียิ่งสำหรับสุขภาพนก เพราะนกได้อยู่กับสิ่งแวด ล้อมคล้ายกับถิ่นเดิม อากาศโปร่งบริสุทธิ์ นกออกกำลังกายได้ตลอดเวลาแต่ต้องคำนึงถึงแสง แดดและฝน อย่าให้โดนมากเกินไป อาหารทั่วไปสำหรับเลี้ยงนกแยกออกเป็นชนิดต่างๆได้ดังนี้
<ol>
<li>เมล็ดข้าวชนิดต่างๆ ซึ่งมีส่วนผสมของเมล็ดทานตะวัน, ข้าวโอ๊ท, ข้าวสาลี, เมล็ดกัญชา, เมล็ดข้าวโพด, ถั่วลิสง, และเมล็ดข้าวอื่นๆที่กระเทาะเปลือกแล้ว</li>
<li>ผลไม้ต่างๆ เช่น แอ๊ปเปิ้ล, กล้วย, องุ่น, ส้ม และผมไม้มุกชนิด</li>
<li>อาหารจำพวกผักสด เช่น หัวมันเทศ, หัวผักกาด, หัวแคร์รอท, ผักโขม, หรือผักจำพวกกระหล่ำปลี, และผักในสวนครัวชนิดอื่นๆ</li>
<li>กระดองปลาหมึก, ทราย</li>
</ol>
</li>
</ol>
<p align="center"><img src="http://pirun.ku.ac.th/%7Eb5011005/images/parrot01.jpg" alt="" width="150" height="99" /></p>
<h2>เลือกอาหารชนิดใดให้นก</h2>
<p><em>How to feed your bird?</em></p>
<p>นกแก้วต้องการได้รับสารอาหารทั้งจากพืชและสัตว์ และต้องการสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่เช่นเดียวกับมนุษย์เพื่อนำไปใช้สร้างความเจริญเติบโต บำรุงสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง และสืบพันธุ์ได้ สารอาหารสำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ได้แก่ โปรตีน ไขมัน เยื่อใย คาร์โบไฮเดรต วิตามินและแร่ธาตุ ระดับโปรตีนในอาหารที่ใช้เลี้ยงนกแก้วในแต่ละช่วงอายุ ถือเป็นดัชนีสำคัญในการกำหนดสูตรอาหารที่เหมาะสมแก่นกในช่วงวัยนั้นๆ นกแก้วในวัยเจริญเติบโตควรได้อาหารที่มีระดับโปรตีน 10-16% ลูกนกหรือพ่อแม่นกช่วงผสมพันธุ์ควรได้รับอาหารที่มีระดับโปรตีนสูงขึ้น</p>
<p><strong>การใช้อาหารสำเร็จรูป</strong></p>
<p>นอกจากอาหารสดเช่นพืช ผัก ผลไม้ เมล็ดพืช ที่เป็นแหล่งอาหารสำคัญของนกแก้วแล้ว ปัจจุบันมีการผลิตอาหารเม็ดสำเร็จรูปขึ้นมาจำหน่าย จึงทำให้การเลือกใช้อาหารที่มีคุณค่าต่อนกทำได้ง่ายขึ้น ข้อพึงระวังสำหรับการให้อาหารที่มีส่วนผสมของนมวัวแก่นกแก้วก็คือ จากการศึกษาพบว่า นกแก้วสามารถผลิตน้ำย่อยสำหรับย่อยโปรตีนจากนมวัวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น การให้อาหารประเภทนี้แก่นกแก้วจึงควรหลีกเลี่ยง อาหารที่ให้นกกินอาจไม่ต้องให้ไว้ตลอดวันแต่น้ำกินที่สะอาดต้องมีให้นกกิน ตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งสำคัญที่ผู้เลี้ยงนกมักมีข้อผิดพลาดจากการให้อาหารนกอันนำไปสู่ความล้ม เหลวในการดูแลสุขภาพนก คือ การขาดความเอาใจใส่ ในการล้างทำความสะอาดถ้วยภาชนะใส่อาหารและน้ำ วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง คือ ภาชนะใส่อาหารและน้ำของนกในแต่ละกรง ควรมีอย่างน้อย 2 ชุด สลับหมุนเวียนกันใช้งานและต้องล้างทำความสะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อทุกวัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tomyfarm.com/library/archives/68/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

